วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

พื้นที่ส่วนตัว



Ptolemy ครับ ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้คุณจะคิดยังไง 
ถ้าสิ่งที่คุณเคยอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างดาวพฤหัสกับดาวเสาร์ไว้เกิดบิดเบือน

เดี๋ยวนะครับใจเย็นๆ ผมไม่ได้ยกประเด็นมาเพื่อโต้เถียงคุณ

ผมรู้ครับว่าคุณเคยขัดแย้งกับโคเปอร์นิคัสตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 เรื่องแบบจำลองจักรวาล ที่คุณบอกว่าโลกเป็นศูนย์กลาง แต่โคเปอร์นิคัสกลับบอกว่าดวงอาทิตย์ต่างหากที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ตอนนี้ผมไม่สนหรอกนะว่าใครจะโคจรรอบใคร ผมแค่อยากบอกคุณไว้ว่าตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับวิถีวงโคจร เพราะที่คุณเคยบอกไว้ว่าในบางเวลาคุณเห็นดาวเสาร์โคจรนำหน้าดาวพฤหัสบดี แต่ในบางเวลาดาวดวงนี้ก็โคจรตามหลัง แต่คุณจะรู้ไหมว่าพอเวลาผ่านไปทิโคกลับพบว่าดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ โคจรมาซ้อนอยู่ในแนวเดียวกันด้วยนะ และตอนนี้ดาวทั้งสองดวงกำลังเคลื่อนห่างออกจากกันช้าๆ จนอาจหลุดจากวงโคจรของกันและกันก็เป็นได้ เพียงแต่ยังไม่มีนักดาราศาสตร์คนใดสังเกตุพบ
.......

อย่างที่ไฮเกนส์เคยบอกไว้ว่าวงแหวนของดาวเสาร์นั้นประกอบไปด้วยก้อนหิน และไม่ได้เชื่อมต่อใดๆ กับตัวของดาวเสาร์เลย พื้นที่ส่วนตัวของเธอมากเกินไปและกำลังขยายใหญ่มาจนถึงพื้นที่ที่เคยเป็นส่วนรวมของผมกับเธอ จนผมเผลอคิดน้อยใจไปว่าผมอาจไม่ใช่ดาวดวงที่ใหญ่ที่สุดในกาแลคซี่นี้หรอก ขนาดของผมในสายตาของดาวเสาร์อาจเล็กเท่าดาวพลูโต ที่ในที่สุดก็เป็นได้เพียงดาวเคราะห์แคระในสายตาชาวโลกเท่านั้น

.......

ผมน่าจะเชื่อแคสซีนีตอนที่เขาวัดคาบเวลาการหมุนรอบตัวเองของผมในเดือนกรกฎาคมปี 1664 และพบว่าดาวพฤหัสบดีมีลักษณะการหมุนที่ไม่สม่ำเสมอภายในชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีเอง ตอนนั้นผมเถียงเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ว่าตราบใดที่ผมยังมีดาวเสาร์โคจรอยู่ใกล้ๆ ผมจะหมุนรอบตัวเองอย่างเสมอต้นเสมอปลายไปพร้อมๆ กับหมุนรอบตัวเธอ แต่เขามองผมทะลุปรุโปร่งมากกว่า ทะลุไปจนเห็นถึงหัวใจของผม เขาเลยไม่พูดอะไรนอกจากเรียกหัวใจนั้นว่า “จุดแดงยักษ์ของดาวพฤหัสบดี” และเตะตูดทุบหัวผมสองสามทีจนผมมีลักษณะแบนที่ขั้วโลก เขาหันไปสนใจดาวเสาร์แทนเพราะเขาอยากเห็นหัวใจของดาวเสาร์บ้าง แต่เขากลับพบเพียงช่องว่างที่ยากจะเข้าถึง ซึ่งถูกกันไว้ด้วยพื้นที่ส่วนตัวโดยใช้วงแหวนแทน เขาเลยเรียกช่องว่างระหว่างวงแหวนนั้นว่าช่องแบ่งแคสซีนี (Cassini Division) เขาหันมาเตือนผมให้เผื่อใจ เพราะที่ผมเถียงเขาไว้อาจเป็นความคิดของผมข้างเดียว

และวันนี้ผมเข้าใจแล้วครับว่าเขาต้องการเตือนอะไร
..........

ดาวเสาร์เป็นดาวที่ลึกลับและมีเสน่ห์ ดาวทุกดวงที่เข้าใกล้ต่างหลงใหลในความงามลึกลับนั้นรวมทั้งผมด้วย จนเผลอคิดไปเองว่าปรากฎการณ์วงแหวนหายเป็นการเชิญชวนให้ผมไปหมุนอยู่ข้างๆ แต่จริงๆ แล้วมันยังมีอยู่ และดาวทุกดวงในจักรวาลสามารถมองเห็นปรากฏการณ์นั้นได้ ขึ้นอยู่กับว่าเธอต้องการเอียงองศาใดเข้าหา และหากหมดเวลา ก็จะถูกผลักออกมานอกพื้นที่นั้นเหมือนเดิม

พื้นที่ส่วนตัว ยังคงเป็นพื้นที่ต้องห้ามที่หากมีการล่วงล้ำคงบาดเจ็บ 
ตอนนี้ที่คุณเห็นว่าดาวพฤหัสบดีทั้งดวงเป็นสีส้ม อาจไม่ได้มาจากการเขินอาย
แต่เป็นไปได้ว่าผมกำลังมีแผลฟกช้ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการพยายามล่วงล้ำ “พื้นที่ส่วนตัว”

แคสซีนีครับ คุณอยากลองวัดคาบเวลาการหมุนรอบตัวเองของผมอีกครั้งตอนนี้ไหม 
ผมเหนื่อยเกินไปและผมอยากหยุดหมุน 
อย่างน้อยผมก็อยากหันหลังให้ดาวเสาร์สักพักใหญ่ๆ 
คุณเห็นจุดแดงยักษ์ของดาวพฤหัสบดีไหม นั่นมันกำลังมีรอยร้าว

Ptolemy ครับ ลองเชื่อแบบจำลองของโคเปอร์นิคัสสักหน่อยไหม 
บางทีการที่คุณอยู่บนโลก ความร้อนจากดวงอาทิตย์อาจร้อนเกินไป 
แต่จากตำแหน่งของผม มันอบอุ่นกำลังดี 
และบางทีการหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ตอนนี้มันทำให้ผมมีพลัง

อืม..หรือบางทีดวงอาทิตย์อาจเป็นแหล่งพลังงานของกาแลคซี่ที่ชื่อทางช้างเผือกอย่างที่โคเปอร์นิคัสบอกก็ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น