โลกใบนี้สำหรับเด็กแล้ว มันคือสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ เด็กถึงสนุกสนานกับมันได้เสียทุกเรื่อง
แต่พอเราเติบโตขึ้นสนามเด็กเล่นใบเดิมก็แปรสภาพไป
กลายเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ทำให้เครียดได้เสียทุกเรื่อง
จนลืมไปว่าในวัยที่เรายังไม่เดียงสาต่อปัญหาใดๆ
ทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนสนุกและน่าค้นหา
และมันไม่ได้อยากเติบโตขึ้นมาเป็นความอ่อนล้าและอยากหลีกหนี
................
สนามเด็กเล่นใบเดิมแต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป
ชิงช้าที่เคยเล่นแกว่งไกวกลายเป็นเก้าอี้นวมที่แกว่งไม่ได้ซะงั้น
เครื่องบินกระดาษกลายเป็นเอกสารกองโต
กระดานหกคือช่วงเวลาของการชิงขึ้นไปอยู่สูงกว่า
ม้าหมุนกลายเป็นโต๊ะทำงานที่ทำให้หัวหมุน
เพื่อนเล่นในสนามที่เคยยิ้มและหัวเราะด้วยกัน
กลายเป็นเฟซบุ๊ค ไลน์ what app อินสตราแกรม ฯลฯ
เรารับรู้ความเป็นไปของกันและกันผ่าน Status
และเราสามารถกอดรัดและตบหัวพวกนายเล่นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส Comment และ Emotion
ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันแทนความรู้สึก ณ ขณะนั้นได้จริงๆ
............
ความใกล้ชิดถูกทดแทนด้วยเหตุผลยอดฮิตคือ “ไม่มีเวลา”
เราจำได้นะว่าเมื่อก่อนเราเคยเห็นพวกนายเยอะกว่านี้
พวกนายวิ่งกันให้ขวักไขว่ จนเราคิดว่าพวกนายมีจำนวนมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ
บางครั้งเราเลยต้องพยายามหาอะไรทำเพื่อแอบฆ่าพวกนายบ้าง
เรายอมรับนิดๆว่าตอนนั้นไม่ค่อยได้สนใจหรือกระทั่งใส่ใจพวกนายเท่าไหร่นัก
เมื่อก่อนเรามักไปดูหนังกัน ไปเดินเล่นซื้อของ ไปกินข้าว ไปเที่ยวออกทริปกัน
และหลายครั้งก็ทำเรื่องไร้สาระด้วยกัน
แล้ววันนี้พวกนายหายไปไหนกันหมดล่ะ "เวลา"
หรือการใช้พวกนายอย่างทิ้งขว้างไม่เห็นค่า
มันทำให้พวกนายค่อยๆ ห่างจากเราไปช้าๆ
เหมือนที่ใครๆ เขาบอกมาว่า "เวลาไม่เคยรอใคร"
…………..
เหนื่อยก็พักบ้าง เวลาที่อ้างว้างแค่ให้รู้ว่ามีใครบางคนยังคิดถึง
....ก็พอแล้ว....
รู้มั๊ยว่านาฬิกากับเวลาน่ะมันต่างกันยังไง นาฬิกาเนี่ยเวลาเราให้ใครไปแล้ว เรายังขอคืนมาได้
แต่ถ้าเป็นเวลา เมื่อไหร่ที่เราให้กับใครไปแล้ว เราจะไม่สามารถขอมันคืนมาได้อีก
-ฝันโครตๆ-