วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Valentine gift


วันนี้วันวาเลนไทน์ครับ...สุขสันต์วันวาเลนไทน์

เพื่อนผมหลายคนเข้าใจว่าการบอกรักในวันนี้อาจดูมีความหมายมากกว่าวันอื่นๆ
เพื่อนส่งข้อความมาถามว่าผมเตรียมอะไรไว้ให้คนสำคัญในวันพิเศษ
นั่นสินะ “คนสำคัญ-วันพิเศษ” ผมยังไม่ได้เตรียมอะไรเลยนี่หว่า

!!!!!!

ด้วยความที่อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่ไม่เคยรู้สึกเลยว่าความเป็นคนสำคัญของคุณจะลดลง
วันพิเศษของผมจึงเริ่มต้นตั้งแต่ผมพบคุณ และเป็นเช่นนั้นทุกวันตั้งแต่ผมลืมตา
และไม่ได้หมายความว่าหากผมหลับตาหลังจากหมดวันแล้วมันจะสิ้นสุดลง
ใช่ครับ...มันยังคงมากขึ้นทุกวัน และทุกวัน
และมันก็เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงรักคุณเหมือนเดิมไม่ได้ไง

รู้ไหมที่ผมยังยิ้มได้กับการทำงานหนักทุกวัน
เพราะการเสพย์ถ้อยคำบอกรักและรอยยิ้มหวานๆของคุณ
ผมถึงไม่แปลกใจเลยที่วันนี้น้องที่ทำงานยิ้มหน้าบานมาทำงานแต่เช้า
เล่าไปยิ้มไปว่าแฟนโทรมาบอกรักตั้งแต่ยังไม่ตื่นนอน
มีเรี่ยวมีแรงทำงานตั้งแต่ล้างจานยันขัดเรือรบ
ราวกับว่าคำบอกรักที่เสพย์ผ่านหูคำนั้นมีความหมายเท่าการดื่มกระทิงแดงเข้าไปครึ่งโกดัง


แล้วถ้าหากว่า St. Valentine เสียชีวิตในวันอื่นที่ไม่ใช่วันนี้
ทุกวันก็มีสิทธิ์เป็นวันวาเลนไทน์ใช่ไหมครับ

ขอโทษด้วยหากวันนี้ผมอาจไม่มีของขวัญใดๆให้คุณ
คุณเองก็ไม่จำเป็นต้องให้อะไรผมหรอก
เพราะสำหรับผมคุณเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุด
และการที่ยังมีคุณอยู่ตรงนี้เพื่อบอกรักในวันที่ยังมีกันและกัน....ทุกวันก็คือวันแห่งความรัก

.....
...
.
My Valentine
...
ผมรักคุณ
^^






วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ห่าง



บางที ห่างอาจจะทำให้สระอาตรงกลางม้วนหางกลางเป็นห่วง
ยิ่งอาการห่างเกิดจากมีบุคคลที่สามเข้ามาพ่วง
ยิ่งทำให้ห่วงเผลอทำไม้เอกหล่นหาย
จริงไหมครับ
^^
.....

คนดี...คุณรู้ไหมว่าผมเองก็ไม่ค่อยจะชอบใจสักเท่าไหร่ในเวลาที่ต้องห่างไกลกันอย่างนี้
เมื่อเช้าที่ผมบอกว่าการขึ้นคลินิก WBB วันนี้ทำให้ผมต้องร้องแข่งกับเด็ก
แล้วมีข้อความเล็กๆ ถามกลับมาว่าผมร้องทำไม
อืม...ความรู้สึกมันไม่ต่างกับเด็กน้อยที่อยากเกาะแม่เอาไว้แน่นๆ
ตอนที่ต้องยื่นแขนให้พยาบาลฉีดวัคซีน

น้องคนหนึ่งเม้มปากแน่น กัดฟันกรอด ตอนที่ถลกแขนเสื้อขึ้น
บอกน้องว่าไม่เป็นไรนะ น้องตอบมาว่าไม่เป็นไรครับ ผมไหว

ทั้งๆที่ไม่ค่อยเต็มใจ แต่ก็อยากให้ตัวเองมีภูมิคุ้มกัน
ถามต่อว่าทำไม
น้องตอบว่าก็จะได้อยู่รักแม่ไปนานๆ
เล่นเอาผมร้องแทนน้องเลย

.........

บางครั้งเหตุผลของการทำอะไรสักอย่างที่รู้อยู่ว่าเสียงและไม่ค่อยชอบใจ
อาจไม่ใช่เพราะกล้าหาญ อาจไม่ใช่เพราะหวั่นไหว
แค่ต้องการตอบตัวเองให้ได้
ว่าเรายังเป็นคนดีของใครอีกคนหรือเปล่า
แค่นั้นเอง

..........

คืนนี้ขอให้ความคิดถึงของผมทำให้คุณหลับฝันดีนะครับ

ผมคิดถึงคุณ

วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Gaemi


วันนี้ฝนตกหนัก-เบาสลับกันมาตั้งแต่เช้า
ไม่สิ...ถ้าจะเอาจริงๆ มันตั้งเค้ามาตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้วพาลมาจนถึงเช้าต่างหาก
และตลอดทั้งวันยังไม่มีช่วงไหนเลยที่ฝนจะขาดเม็ด
อืม ช่างเป็นบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการ......................เสียจริง
(เติมคำในช่องว่างได้ตามอารมณ์ ณ ขณะนั้นครับ)
...............

เมื่อสองวันก่อนที่นี่แดดร้อนจัดมาก จนผ้าที่ตากอยากหนีหลบแดด
แต่วันนี้ฝนกลับเทกระหน่ำหนักเสียมากมายจนแดดหลบ
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัยเป็นรอบที่ 29 แล้วว่าที่ฟ้าร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง
เกิดจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “แกมี”

แกมี (Gaemi) เป็นภาษาเกาหลี แปลว่ามดครับ
เป็นพายุลูกที่ 21 ในรอบปีนี้ที่ก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้
จะขึ้นฝั่งที่เมืองกวางงายประเทศเวียดนามประมาณวันที่ 5 ตุลาคม
และคาดว่าจะเข้าเยี่ยมชมประเทศไทยประมาณวันที่ 6 ที่จังหวัดอุบลราชธานี

มดตัวเล็กที่ทำให้ฟ้าสีเทากระจายเป็นวงกว้างอยู่ได้ตั้งหลายวัน
ใครหนอช่างเข้าใจตั้งชื่อเหลือหลาย
เรื่องเล็กเท่ามด แต่อาจเป็นมดตัวเดียวในโลกที่พิษร้ายแรงกว่างูเห่า
มันถึงทำให้เราต้องใช้เวลาในการเตรียมใจตั้งรับอยู่หลายวัน
และออกหลายร้อยมาตราการเพื่อสร้างความมั่นใจ
........

บางครั้งเรื่องเล็กน้อยกลับทำให้เกิดความกังวลได้สูง
โดยเฉพาะหากเราเคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดอย่างสาหัสต่อเรื่องนั้นมาก่อน

...แม้จะเพียงครั้งเดียว…

เสียงของความมั่นใจเริ่มเบาลง พอๆกับเสียงที่บอกให้ปลงเริ่มดังขึ้น

และวันนี้พายุโซนร้อน “แกมี” ก็มาเยือนประเทศไทยตามคาด
โดยไม่ได้สนใจเสียงประกาศว่า “อย่าเข้ามานะเจ้ามดบ้า!!”
มันไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าตอนที่มันก้าวเท้าเหยียบฝั่งครั้งแรก
จะมีป้าย WELCOME หรือไม่ หรือมีกองกำลังขับไล่ซ่อนอยู่ตามที่ไหนสักที่บนฝั่ง
มันแค่ทำตาม “หน้าที่” ของมัน และออกเดินทางตามเส้นทางฝันที่เรียกว่า “ร่องมรสุม”
โดยไม่ทันได้รู้ตัวว่า เส้นทางนั้นจะสร้างความเดือดร้อนหรือไม่พอใจแก่ใครบ้าง

มันคงแอบน้อยใจลึกๆ เหมือนกันว่ามนุษย์ช่างเอาใจได้ยากแท้
พอฝนแล้งก็บ่น พอฝนตกก็ก่นด่า
นี่แหละหนา สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “คน”
ช่างละม้ายจนสับสนกับกริยาที่เคยไม่เคยอยู่นิ่ง
คน = คน
..................

บางครั้งธรรมชาติก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์หรอกที่ไม่รู้ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน
ในเมื่อความพอดีของแต่ละคนมันไม่เคยจะเท่ากัน
ฉะนั้นเราถึงไม่สามารถเป็นที่ถูกใจของคนทั้งโลกได้
เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอแล้ว
บางครั้งหากมองอีกมุม “แกมี” อาจจะดีกว่าคนบางคนด้วยซ้ำ
ที่พอเริ่มรู้ตัวว่าในเส้นทางเดินได้สร้างความเดือดร้อนแก่คนมากมาย
น้ำตาของผู้ประสบภัยคิดเป็น 40% ของน้ำตาฟ้า
มันถึงได้เปลี่ยนเส้นทางเดินและพยายามอ่อนกำลังลง
แต่ขนาดพยายามอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชั่นแล้ว
กระนั้นก็ยังไม่ปรากฏรอยยิ้มต้อนรับของเจ้าบ้าน
มันจึงยอมลดขนาดความฝันของมันลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำ
ที่ยังส่งผลกระทำต่อบริเวณพื้นที่ตามเส้นทางเดินพายุและพื้นที่ใกล้เคียง
หากจะให้สลายไปเลย คงดีต่อคนส่วนใหญ่
แต่ในสายตาของพายุ...คุณประสบความล้มเหลวในการทำหน้าที่
แล้วถ้าหลังจากนี้หมดฝนแล้วมนุษย์ประสบภัยแล้งต่อ
ถามว่าใครกันแน่ที่ล้มเหลวในการทำหน้าที่??
หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียง “เหตุการณ์ธรรมชาติ” เท่านั้น
มันก็เป็นเสียอย่างนี้...ฉันถูกเสมอ ส่วนคนอื่นผิดตลอด
...
..
.
เฮ้อ
..............
ในวันที่ฝนตกทั้งวันอย่างนี้
การนั่งลงเงียบๆ แล้วคิดถึงใครบางคน
ถือเป็นการเดินทางของความคิดที่อาจดูเหงาแต่งดงาม

คำเตือน: แต่ในการเดินทางจริงๆ การมีใครบางคนนั่งยิ้มอยู่ข้างๆ
(อาจ)ทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เหนื่อยไหม



ณ ปัจจุบัน ประชากรบนโลกมีเจ็ดพันกว่าล้านคนแล้ว
แต่ในจำนวนนี้จะมีสักกี่คนที่กอดของเขาทำให้เราหายเหนื่อย

.................

ทั้งๆ ที่จำนวนรวมของข้อเท็จจริงและข้ออ้างของความเหนื่อยมีมากกว่าประชากรบนโลกตั้งไม่รู้กี่ล้านเท่า
แต่เราไม่จำเป็นต้องเข้าสูตรเพื่อหาค่าเฉลี่ยให้ยุ่งยาก หรือลำบากในการพยายามกอดคนทั้งโลก
เพื่อให้ความเหนื่อยล้าเหล่านั้นมลายหายไป
เพราะคนธรรมดาบางคนถูกสร้างมาพร้อมพลังพิเศษเพื่อสลายความเหนื่อยล้าของคนธรรมดาอีกคน
โดยมีเงื่อนไขอยู่ข้อเดียว...
“หากันให้เจอ”
…………………

หากันให้เจออาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่การหากันให้เจอในเวลาที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะบนโลกนี้มีแต่คนธรรมดาทุกคน
เพียงแต่เราไม่รู้ว่าคนธรรมดาเหล่านั้นเขาเป็นคนพิเศษของใครบ้าง

เราอาจบังเอิญเจอคนธรรมดาคนนั้นที่หน้าโรงพยาบาล ในตลาด ข้างป้อมยาม โลตัส ร้านโชว์ห่วย
ถนนคนเดิน หรือแม้กระทั่งนั่งหันหลังพิงกัน โดยมีสิ่งกั้นแค่กำแพงห้อง
แต่ ณ เวลานั้นเรายังเป็นเพียงคนธรรมดาสองคนในจำนวนเจ็ดพันกว่าล้าน
ที่ไม่เคยคาดเลยว่าสักวันกอดของเขาจะทำให้เราหายเหนื่อย
ในวันที่เรากลายเป็นคนพิเศษของกันและกัน

……………….

โดยส่วนตัวผมชอบการกอด
โดยเฉพาะการกอดคนพิเศษและการถูกกอดโดยคนพิเศษ
ผมไม่ได้ทะลึ่งตึงตังให้เสียงมันดังในห้องนั่งเล่นนะครับ
แต่ผมรู้สึกว่าเวลาที่ผมเหนื่อยมากๆ จากสิ่งใดก็ตาม
แค่กอดของคนพิเศษ โดยไม่ต้องมีคำพูดสักคำ
ความเหนื่อยทั้งหลายแทบมลายจนไม่เหลือเศษ
และผมอยากให้มีใครอีกคนที่รู้สึกเช่นเดียวกับผม
อยู่บนโลกใบนี้

...........

คุณครับ
วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยมากไหม
อยากกอดคุณเอาไว้เผื่อว่ามันจะทำให้คุณหายเหนื่อย
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าคุณเป็นคนนั้นที่คิดเหมือนผมหรือเปล่า
เราอาจเคยยิ้มให้กันมาก่อนที่ไหนสักที่
พอเจอกันอีกทีรอยยิ้มนั้นกลับทักทายผมอย่างคุ้นเคย
และมันทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

เหมือนกับที่บางคนเคยบอกผมว่า
แค่เห็นหน้าก็หายเหนื่อยแล้ว

^^

รักษาสุขภาพด้วยนะครับคนพิเศษของผม
..
จากคนธรรมดาของคุณ

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

just...



Time goes by a lot slower when you miss the one you love. 
Sometime, when one person is missing the whole world seems depopulated. 
A hug for you means I need you.
A kiss for you means I love you.
A call for you means I’m missing you.

It’s true we don’t know what we’ve got until it’s gone, but we don’t know what we’ve been missing until it’s arrives.
Love is missing someone whenever you’re apart, 
but somehow feeling warm inside because you’re close in heart.
Absence makes the heart grow fonder. 

You may be out of my sight…but never out of my mind.

Time goes by a lot slower when you miss the one you love. 
Missing someone is the worst feeling you’ve ever feel.
It’s hard to go through life without the one who makes you happy.

Just to let you know, I miss you...miss you more than I can say.

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

Questions of trust


ผมไม่เข้าใจว่าบางครั้งที่คุณดูเป็นห่วงผมเสียมากมาย
นั่นเพียงเพราะคุณเห็นใจหรือคุณรักผม
เพราะเวลาที่ผมลองเดินกลับเข้าไปหา คุณก็ยังผลักผมออกมาและเดินถอยหนี
บางครั้งคุณขอให้ผมช่วยเป็นกำลังใจ แต่พอผมยื่นให้คุณกลับแบ่งรับมันแค่ครึ่ง
บางครั้งที่ผมพยายามซ่อนมันเอาไว้ คุณกลับหามันเจอทุกที
และหยิบไปโดยที่ผมยังไม่ทันเอ่ยอะไร
และบางครั้งที่ผมเต็มใจยัดใส่มือให้ คุณกลับวางมันลง
แล้วนี่ตกลงคุณจะเอายังไง
-*-
...........

น้องคนหนึ่งบอกผมว่ามันคงเหมือนกับการที่เด็กที่อยากได้ของเล่นมั้ง
พอรู้สึกชอบอกชอบใจ ก็แอบหยิบไป แต่พอไม่แน่ใจว่าเจ้าของจะหวงหรือเปล่าก็เอามาคืน
เออ เด็กดีอย่างนี้ก็มีด้วยแฮะ  
O_o
...........

เด็กน้อยเอ๋ย
หนูจะรู้ไหมว่าที่ผ่านมามันถูกหยิบฉวยไปเล่นโดยไม่ขออนุญาตก็หลายครั้ง
ถูกยัดเยียดใส่มือโดยคนรับไม่เห็นค่าก็หลายหน
และหลายทีที่ถูกทำหล่นโดยไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า
มันผ่านการใช้งานอย่างไม่เห็นค่าและไม่มีเวลาทะนุถนอมมาพักหนึ่งแล้วนะ
สภาพร่อแร่เต็มที นี่ยังโชคดีที่รอดพ้นรถเทศบาลมาได้
ถ้ามันยับเยินขนาดนั้นแล้วยังมีใครสักคนต้องการ
ต่อให้ดูไม่มีราคา แต่ก็คงจะดูมีคุณค่าขึ้นมาบ้าง

แต่เดี๋ยวนะ
หนูแน่ใจแล้วหรือว่าหนูอยากได้จริงๆ
พี่ว่าอย่าเพิ่งด่วนคิดหรือด่วนตัดสินใจอะไรเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น
ลองให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมันดูก่อนไหม
ถ้ามีคนเห็นความสำคัญมันขนาดนั้นได้ 
พี่เต็มใจยกให้โดยไม่คิดเงินครับ
^^
..................

เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเห็นคุณค่าของสิ่งใดเมื่อได้สูญเสียมันไปแล้ว
ผมแค่อยากตามหาคนส่วนน้อยที่เหลือให้เจอ...แค่นั้นเอง
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1944154

ถึงเวลา



ช่วยด้วยครับ ผมกำลังเสียศูนย์ !!!

หลังจากขับเคลื่อนความรู้สึกดีๆ อยู่ในวังวนของความคิดมาได้พัก
มันเริ่มชะงักเพราะทางช่างเต็มไปด้วยหลุมบ่อและยาวไกลโดยไม่เคยมีป้ายบอกปลายทาง
นี่ขนาดผมว่าผมขับเคลื่อนด้วยระบบ 4WD แล้วนะ
ถ้าไม่ใช่หัวเครื่องทนทานระดับคูโบตาคงพังกันไปข้างตั้งนานแล้ว
.......

น้ำมันหยดสุดท้ายหมดไปแล้ว
คราวนี้ผมตัดสินใจลงเดินด้วยเท้าไปอีกทาง
หวังว่าการเดินช้าลงจะทำให้ผมเห็นความงดงามของสิ่งรอบตัวมากขึ้น
แต่ด้วยความที่ผมติดอยู่กับเส้นทางเดิมๆ ที่คุ้นชิน
ผูกพันกับพาหนะเดิมๆ ที่เคยเชื่อใจ
การออกเดินทางครั้งใหม่เลยทำให้รู้สึกเหมือนจะเสียศูนย์
.............

ขอโทษด้วยนะ ที่ผ่านมาผมไม่เคยลองใช้สองขาค้นหาเส้นทางใหม่ๆ
ผมเชื่อมาตลอดว่าเราไว้ใจพาหนะที่จะทำให้เราไปถึงจุดหมายด้วยกัน
แต่ยิ่งขับ ยิ่งเข้ารกเข้าพง ยิ่งมองไม่เห็นจุดหมาย ยิ่งท้อ
คุณเลี้ยวซ้าย ผมเลี้ยวขวา คุณเดินหน้า ผมถอยหลัง
คุณก็เหนื่อย ผมก็เหนื่อย, เราต่างเหนื่อย
และไม่มีวี่แววเลยว่าเราจะไปถึง

พอเถอะครับ อย่าเหนื่อยอีกเลยนะ
ผมจะไม่บังคับหรือขัดจังหวะการก้าวของคุณอีกแล้ว
ผมจะลงเดินไปจากตรงนี้
เพราะบางทีการเดินช้าๆ
อาจทำให้ผมพบความไว้ใจที่ผมทำหล่นหายระหว่างทางก็ได้

ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ
ในสายตาคุณผมอาจดูอ่อนแอ ต้องให้คุณดูแลอยู่เสมอ
และขอบคุณที่คอยดูแลมาตลอด
แล้ววันใดที่สองขาของผมแข็งแรงขึ้น
ผมจะยืนยิ้มและโบกมือให้คุณอยู่ไกลๆ นะ

..................

“ความคิดถึงอันกระจัดกระจาย มิได้มีความหมายว่าเสื่อมสลายหรือดับสูญ
เท่าที่โลกใบนี้ยังหมุนรอบตัวเอง และเธอยังไม่ลืมกัน ความคิดถึงของฉันจะยังหมุนรอบตัวเธอ”

ดูแลตัวเองด้วยนะครับ