วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Gaemi


วันนี้ฝนตกหนัก-เบาสลับกันมาตั้งแต่เช้า
ไม่สิ...ถ้าจะเอาจริงๆ มันตั้งเค้ามาตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้วพาลมาจนถึงเช้าต่างหาก
และตลอดทั้งวันยังไม่มีช่วงไหนเลยที่ฝนจะขาดเม็ด
อืม ช่างเป็นบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการ......................เสียจริง
(เติมคำในช่องว่างได้ตามอารมณ์ ณ ขณะนั้นครับ)
...............

เมื่อสองวันก่อนที่นี่แดดร้อนจัดมาก จนผ้าที่ตากอยากหนีหลบแดด
แต่วันนี้ฝนกลับเทกระหน่ำหนักเสียมากมายจนแดดหลบ
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัยเป็นรอบที่ 29 แล้วว่าที่ฟ้าร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง
เกิดจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “แกมี”

แกมี (Gaemi) เป็นภาษาเกาหลี แปลว่ามดครับ
เป็นพายุลูกที่ 21 ในรอบปีนี้ที่ก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้
จะขึ้นฝั่งที่เมืองกวางงายประเทศเวียดนามประมาณวันที่ 5 ตุลาคม
และคาดว่าจะเข้าเยี่ยมชมประเทศไทยประมาณวันที่ 6 ที่จังหวัดอุบลราชธานี

มดตัวเล็กที่ทำให้ฟ้าสีเทากระจายเป็นวงกว้างอยู่ได้ตั้งหลายวัน
ใครหนอช่างเข้าใจตั้งชื่อเหลือหลาย
เรื่องเล็กเท่ามด แต่อาจเป็นมดตัวเดียวในโลกที่พิษร้ายแรงกว่างูเห่า
มันถึงทำให้เราต้องใช้เวลาในการเตรียมใจตั้งรับอยู่หลายวัน
และออกหลายร้อยมาตราการเพื่อสร้างความมั่นใจ
........

บางครั้งเรื่องเล็กน้อยกลับทำให้เกิดความกังวลได้สูง
โดยเฉพาะหากเราเคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดอย่างสาหัสต่อเรื่องนั้นมาก่อน

...แม้จะเพียงครั้งเดียว…

เสียงของความมั่นใจเริ่มเบาลง พอๆกับเสียงที่บอกให้ปลงเริ่มดังขึ้น

และวันนี้พายุโซนร้อน “แกมี” ก็มาเยือนประเทศไทยตามคาด
โดยไม่ได้สนใจเสียงประกาศว่า “อย่าเข้ามานะเจ้ามดบ้า!!”
มันไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าตอนที่มันก้าวเท้าเหยียบฝั่งครั้งแรก
จะมีป้าย WELCOME หรือไม่ หรือมีกองกำลังขับไล่ซ่อนอยู่ตามที่ไหนสักที่บนฝั่ง
มันแค่ทำตาม “หน้าที่” ของมัน และออกเดินทางตามเส้นทางฝันที่เรียกว่า “ร่องมรสุม”
โดยไม่ทันได้รู้ตัวว่า เส้นทางนั้นจะสร้างความเดือดร้อนหรือไม่พอใจแก่ใครบ้าง

มันคงแอบน้อยใจลึกๆ เหมือนกันว่ามนุษย์ช่างเอาใจได้ยากแท้
พอฝนแล้งก็บ่น พอฝนตกก็ก่นด่า
นี่แหละหนา สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “คน”
ช่างละม้ายจนสับสนกับกริยาที่เคยไม่เคยอยู่นิ่ง
คน = คน
..................

บางครั้งธรรมชาติก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์หรอกที่ไม่รู้ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน
ในเมื่อความพอดีของแต่ละคนมันไม่เคยจะเท่ากัน
ฉะนั้นเราถึงไม่สามารถเป็นที่ถูกใจของคนทั้งโลกได้
เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอแล้ว
บางครั้งหากมองอีกมุม “แกมี” อาจจะดีกว่าคนบางคนด้วยซ้ำ
ที่พอเริ่มรู้ตัวว่าในเส้นทางเดินได้สร้างความเดือดร้อนแก่คนมากมาย
น้ำตาของผู้ประสบภัยคิดเป็น 40% ของน้ำตาฟ้า
มันถึงได้เปลี่ยนเส้นทางเดินและพยายามอ่อนกำลังลง
แต่ขนาดพยายามอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชั่นแล้ว
กระนั้นก็ยังไม่ปรากฏรอยยิ้มต้อนรับของเจ้าบ้าน
มันจึงยอมลดขนาดความฝันของมันลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำ
ที่ยังส่งผลกระทำต่อบริเวณพื้นที่ตามเส้นทางเดินพายุและพื้นที่ใกล้เคียง
หากจะให้สลายไปเลย คงดีต่อคนส่วนใหญ่
แต่ในสายตาของพายุ...คุณประสบความล้มเหลวในการทำหน้าที่
แล้วถ้าหลังจากนี้หมดฝนแล้วมนุษย์ประสบภัยแล้งต่อ
ถามว่าใครกันแน่ที่ล้มเหลวในการทำหน้าที่??
หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียง “เหตุการณ์ธรรมชาติ” เท่านั้น
มันก็เป็นเสียอย่างนี้...ฉันถูกเสมอ ส่วนคนอื่นผิดตลอด
...
..
.
เฮ้อ
..............
ในวันที่ฝนตกทั้งวันอย่างนี้
การนั่งลงเงียบๆ แล้วคิดถึงใครบางคน
ถือเป็นการเดินทางของความคิดที่อาจดูเหงาแต่งดงาม

คำเตือน: แต่ในการเดินทางจริงๆ การมีใครบางคนนั่งยิ้มอยู่ข้างๆ
(อาจ)ทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เหนื่อยไหม



ณ ปัจจุบัน ประชากรบนโลกมีเจ็ดพันกว่าล้านคนแล้ว
แต่ในจำนวนนี้จะมีสักกี่คนที่กอดของเขาทำให้เราหายเหนื่อย

.................

ทั้งๆ ที่จำนวนรวมของข้อเท็จจริงและข้ออ้างของความเหนื่อยมีมากกว่าประชากรบนโลกตั้งไม่รู้กี่ล้านเท่า
แต่เราไม่จำเป็นต้องเข้าสูตรเพื่อหาค่าเฉลี่ยให้ยุ่งยาก หรือลำบากในการพยายามกอดคนทั้งโลก
เพื่อให้ความเหนื่อยล้าเหล่านั้นมลายหายไป
เพราะคนธรรมดาบางคนถูกสร้างมาพร้อมพลังพิเศษเพื่อสลายความเหนื่อยล้าของคนธรรมดาอีกคน
โดยมีเงื่อนไขอยู่ข้อเดียว...
“หากันให้เจอ”
…………………

หากันให้เจออาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่การหากันให้เจอในเวลาที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะบนโลกนี้มีแต่คนธรรมดาทุกคน
เพียงแต่เราไม่รู้ว่าคนธรรมดาเหล่านั้นเขาเป็นคนพิเศษของใครบ้าง

เราอาจบังเอิญเจอคนธรรมดาคนนั้นที่หน้าโรงพยาบาล ในตลาด ข้างป้อมยาม โลตัส ร้านโชว์ห่วย
ถนนคนเดิน หรือแม้กระทั่งนั่งหันหลังพิงกัน โดยมีสิ่งกั้นแค่กำแพงห้อง
แต่ ณ เวลานั้นเรายังเป็นเพียงคนธรรมดาสองคนในจำนวนเจ็ดพันกว่าล้าน
ที่ไม่เคยคาดเลยว่าสักวันกอดของเขาจะทำให้เราหายเหนื่อย
ในวันที่เรากลายเป็นคนพิเศษของกันและกัน

……………….

โดยส่วนตัวผมชอบการกอด
โดยเฉพาะการกอดคนพิเศษและการถูกกอดโดยคนพิเศษ
ผมไม่ได้ทะลึ่งตึงตังให้เสียงมันดังในห้องนั่งเล่นนะครับ
แต่ผมรู้สึกว่าเวลาที่ผมเหนื่อยมากๆ จากสิ่งใดก็ตาม
แค่กอดของคนพิเศษ โดยไม่ต้องมีคำพูดสักคำ
ความเหนื่อยทั้งหลายแทบมลายจนไม่เหลือเศษ
และผมอยากให้มีใครอีกคนที่รู้สึกเช่นเดียวกับผม
อยู่บนโลกใบนี้

...........

คุณครับ
วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยมากไหม
อยากกอดคุณเอาไว้เผื่อว่ามันจะทำให้คุณหายเหนื่อย
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าคุณเป็นคนนั้นที่คิดเหมือนผมหรือเปล่า
เราอาจเคยยิ้มให้กันมาก่อนที่ไหนสักที่
พอเจอกันอีกทีรอยยิ้มนั้นกลับทักทายผมอย่างคุ้นเคย
และมันทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

เหมือนกับที่บางคนเคยบอกผมว่า
แค่เห็นหน้าก็หายเหนื่อยแล้ว

^^

รักษาสุขภาพด้วยนะครับคนพิเศษของผม
..
จากคนธรรมดาของคุณ