หลังจากสมองซีกซ้ายนำพาชีวิตให้ออกไปโซซัดโซเซในโลกของเหตุผลเสียจนล้า
สมองซีกขวาจึงพยายามรักษาสมดุลด้วยการควานหาที่พักที่คุ้นเคย
"ห้องนั่งเล่นของความคิด"
ประตูมีคราบสนิมเกาะเสียเขรอะ ผมต้องใช้แรงพอตัวในการดันประตูฝืดๆ นั้นให้เปิดอ้าออก มันส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทักเบาๆ คล้ายกับต่อว่าว่าผมต่างหากที่ร้างลาและอ่อนล้าเกินไป อืม...ข้างในยังอวลด้วยบรรยากาศผ่อนคลายเช่นเดิม ออกจะรกไปหน่อยด้วยซ้ำ มิน่าหลังๆ ผมถึงคิดถึงแง่งามของความคิดไม่ค่อยออก
ด้วยเหตุผลข้างๆคูๆ ว่า "ไม่ค่อยมีเวลา" ทุกครั้งที่คิดอะไรดีๆ ได้ผมจึงมักจะโยนมันเข้ามาข้างในนี้อย่างรีบๆ แล้วก็พบว่ามันเลือนหายไปในระยะเวลาเพียงชั่ววัน พักหลังนี่ยิ่งหนัก เพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก ความคิดเหล่านั้นก็แตกกระเจิงเสียแล้ว มันคงเหมือนกับที่ผมเคยบอกใครบางคนไว้้ว่า "คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน คำว่าไม่มีเวลาเป็นเพียงข้ออ้างของคนที่จัดการกับมันไม่เป็นต่างหาก" เหตุผลข้างๆคูๆ ของผม จึงกลิ้งหลุนๆตกคูกลายเป็นเพียงข้ออ้างอย่าเถียงไม่ออก
...........................................
วันนี้หากมีนักดาราศาสตร์สักคนหยิบกล้องดูดาวมาสังเกตเหตุการณ์บนท้องฟ้า
เขาจะพบว่าดาวพฤหัสบดีมีชั้นบรรยากาศสีเทาๆ ห่อหุ้มไว้
และหากกล้องมีความละเอียดมากพอและสามารถตรวจจับคลื่นความถี่ได้
เขาจะเห็นดาวพฤหัสบดีกำลังร้องไห้และได้ยินเสียงสะอื้น
แน่นอนครับ เขาไม่ได้ตาฝาดและไม่ได้หูแว่ว
หากมีรายงานนี้ปรากฎที่ใด เชื่อเถอะครับว่ามันคือเรื่องจริง
...........
ผมมีน้องคนหนึ่งที่ฝึกอยู่ได้รับการวินิจฉัยด้วยชื่อเก๋ๆ ว่า "Pierre Robin Syndrome" ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางพันธุกรรมในเด็กที่พบได้น้อย มีลักษณะเฉพาะหลายอย่างที่ส่งผลให้พัฒนาการช้า แต่ที่ทำให้ผมสะเทือนใจที่สุดคือการที่ไม่สามารถแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าได้ วันหนึ่งน้องรู้สึกไม่สบายใจอะไรสักอย่างและร้องไห้งอแงออกมา การร้องไห้ของน้องผมสัมผัสความเสียใจนั้นได้เพียงเสียงสะอื้นสั้นๆ ฮึก ฮึก ในลำคอโดยไม่มีน้ำตาไหลแม้แต่หยดเดียว อดคิดไม่ได้ว่าข้างในมันจะเศร้าและอึดอัดขนาดไหนกันนะ ที่มีสิ่งคับข้องอยู่มากมายแต่ไม่รู้จะปลดปล่อยระบายสิ่งเหล่านั้นทางไหนดี...และวันนี้ผมก็มีคำตอบให้กับตัวเอง
การสะอื้นไห้คงไม่มีความหมายอะไร
เพราะต่อให้ต้องร้องท่ามกลางผู้คนมากมาย
ความเศร้าก็คงดังก้องให้ได้ยินในใจของคนร้องเพียงลำพัง
และมันคงไม่ต่างกับการร้องไห้เงียบๆ คนเดียวอยู่ดี
จริงอยู่ครับที่เราไม่จำเป็นต้องร้องห่มร้องไห้เพื่อประกาศให้ใครต่อใครมาร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปกับการคาดหวังต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งของเรา แต่บางครั้งเราปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่ายิ่งเราสามารถร้องไห้ได้เต็มที่เท่าไหร่ อัตราการฟื้นตัวของสติก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น
ข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาถามว่า "คิดถึงกันบ้างไหม"
รู้หรือเปล่าว่าคนที่ได้รับแทบทรมานเจียนตายเพราะความคิดถึง
และหากนักดาราศาสตร์คนนั้นบังเอิญช่างสังเกตอีกนิดละก็
เขาคงเห็นว่าระยะห่างระหว่างดาวเสาร์และดาวพฤหัสเพิ่มขึ้น
และวิถีวงโคจรมีการเปลี่ยนไป
เขาอาจค้านรายงานของ Ptoleme ได้ที่บอกว่า
บางเวลาดาวเสาร์จะโคจรนำหน้าดาวพฤหัสบดี แต่บางเวลาดาวดวงนี้ก็โคจรตามหลัง
เพราะอันที่จริงแล้วดาวเสาร์ไม่เคยโคจรตามหลังดาวพฤหัสบดี
มันเพียงแค่ชะลอความเร็วและมองหาดาวดาวที่เหมาะสมสำหรับมันเท่านั้นเอง
จำไม่ได้เหมือนกันว่าผมหลงไหลในวงแหวนดาวเสาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่...
แต่เท่าที่รู้ ผมไม่เคยละสายตาจากความงามที่ลึกลับนั้นได้เลย
หากในโลกของสิ่งมีชีวิต นกเงือกเป็นตัวแทนของความรักเดียวใจเดียว
ในโลกของจักรวาล...ดาวพฤหัสบดีก็เป็นเช่นนั้น
นาฬิกาแห่งความโดดเดี่ยวของผมเริ่มเดินอีกครั้ง
เป็นเวลาเดียวกับที่ความคิดได้ออกมาวิ่งเล่น
มันบิดซ้ายบิดขวาแล้วหันมาเตือนผมเบาๆ ว่า...
"การมีใครบางคนงดงามอยู่ในความคิดถึง
มันเป็นพลังอย่างหนึ่งในการใช้ขับเคลื่อนความคิด"
ใช่ครับ...ผมยังคงคิดถึงคุณ
...
..
.
ฝันดีเช่นกันครับ