วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เหนื่อยใจแต่ไหวอยู่


จากกุมภาถึงธันวา....

สิบเอ็ดเดือนกว่าแล้วที่ผมไม่ได้เข้ามาย่างกรายในพื้นที่ความคิดนี้
กว่าจะควานหา Password จากจักรวาลความคิดได้
ผมเกือบจะนึกไปว่าผมได้ใช้ตัวอักษรอื่นใดนอกเหนือที่อยู่บนแป้นพิมพ์หรือเปล่า
...................

ช่วงก่อนหน้าและเกินเส้นเวลามาในบางส่วนของช่วงนี้
ผมมีเรื่องราวให้ขบให้คิดเสียจนเครียด
หลายเรื่องกว่าจะขบแตกก็เล่นเอาฟันบิ่นเลยทีเดียว
ส่วนบางเรื่องที่ยังขบไม่แตกผมชักอยากจะกลืนมันลงคอไปเสียทั้งก้อน

ถ้าไม่กลัวว่ามันจะติดคอผมตาย
หรือไม่สามารถย่อยสลายได้จนพาลให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และเรอเปรี้ยว
อันนี้ก็ไม่ไหวครับ...ทรมาน

เลยได้แต่อมมันเอาไว้ รอให้ได้จังหวะดีๆ
พอมันเริ่มอ่อนตัวได้ที่ผมค่อยขบเสียทีเดียว
จะได้รู้กันไปว่าปัญหาที่ใช้สติปัญญาและเวลาในการรอคอยขบแตกเสมอ อิอิ

..ที่นี่ยังเป็นที่ผ่อนคลายสำหรับผมเหมือนเดิม
เวลาที่เห็นตัวหนังสือมีชีวิตและความคิดมีโอกาสได้ออกมายืดเส้นยืดสาย
ลิงทั้งหลายที่ก่อจลาจลในสมองของผมมาตลอด 11 เดือนจึงเคลื่อนไหวช้าลง
และผมก็เห็นความงดงามของการเคลื่อนไหวช้าๆมากขึ้น

ขอบคุณนะครับดาวเสาร์ที่รัก
ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเวิ้งสุริยะที่มืดมิด
คุณก็ยังหมุนอยู่ข้างๆ และเป็นแสงสว่างให้ผมเสมอ
ผมว่าคุณคงไม่ได้เป็นแค่ดาวเคราะห์แล้วล่ะ
แต่คุณอาจจะเป็นดวงอาทิตย์ปลอมตัวมา!!

ที่นี่ตอนนี้ 12 องศา แต่แค่นึกถึงคุณผมก็อบอุ่นแล้วครับ
ฝันดีครับ
^^

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Pink Theory

ทฤษฎีสีชมพู



พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์ครับ …

สำหรับคนรักที่อยู่ไกลไม่ว่าวันไหนๆ เราต่างมีหน้าที่รักษาความรักของเราให้อยู่ในที่ที่มันควรอยู่...ที่ที่มันควรอยู่ไม่ได้หมายความถึงว่ารักแล้วต้องอยู่ด้วยกัน หรือจะให้จริงกว่านั้นคือไม่รู้ว่าจะมีวันได้อยู่ด้วยกันไหม เพราะเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรักมันจะทนฟันฝ่าอุปสรรคอยู่กับเราไปตลอดหรือเปล่า คิดมากไปก็เปลืองไทลินอล ทำวันนี้ให้รักเป็นรักที่ดีที่สุดก็พอแล้ว..ว่าไหมครับ

เธอ เธอเป็นสีชมพู เธอมีโลกของเธออยู่ ที่ฉันไม่อาจล่วงรู้และไม่เคยเข้าไป
ส่วนฉันเป็นสีเทามีแต่ความเหงารอบๆกาย ไม่รู้เลยในความหมายอะไรมากกว่านี้
แต่เธอและฉันก็เดินเข้ามาชิดใกล้ มาทำให้ฉันแปรเปลี่ยนเป็นสีใหม่
เมื่อชีวิตของเราไหลปนกัน โลกของฉันก็ดูจะเปลี่ยนสีไป


เคยได้ยินบางคนบอกว่ารักแท้ไม่เคยมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้
หรืออาจจะมีแต่น้อยคนที่จะได้เห็นหรือได้เป็นเจ้าของ
รักแท้ไม่เหมือนรักจริงนะครับ เอ้า..ก็ที่รู้สึกอยู่กับคนนี้ตอนนี้น่ะรักจริงๆ
แต่จะแท้ไหม...อืม อันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือให้การตรวจสอบยืนยัน
แอบถาม เธอก็บอกว่ารักแท้น่าจะมี ก็รักแบบที่พ่อแม่รักเราไง
แล้วทำไมเราต้องแสวงหากันอีกละเนี่ย??
ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ก่อนเดินออกไปบอกรักใคร กอดรักแท้ที่มีอยู่เอาไว้แล้วบอกรักให้สาแก่ใจก่อนแล้วกัน

อะไรเป็นของเธอ ก็กลายเป็นอะไรของฉัน เมื่อเราต่างเทสีผสมละลายเข้าด้วยกัน
โลกของฉันและเธอก็สดใสกว้างใหญ่ขึ้นกว่าวันนั้น
เมื่อสีทั้งสองผสมกัน เมื่อนั้นมันก็จะเป็นสีของเรา


เพื่อนโทรมาปรึกษาว่าไม่รู้จะมอบอะไรให้คนสำคัญในวันแห่งความรัก
ผมให้มันถามตัวเองก่อนล้วงกระเป๋าจ่ายเงินว่าดอกไม้สีแดง หรือของต่างๆรูปหัวใจสีแดงที่จะซื้อให้ หรือแม้กระทั่งของ DIY ที่นั่งอดตาหลับขับตานอนทำให้คนรัก มันคือตัวแทนความรักใช่ไหม หากวันหนึ่งของนั้นเสื่อมสลายไป เราจะยังรักกัน หรือต่อให้วันหนึ่งเธอเลือกเดินในทางของเธอฉันเลือกเดินในทางของฉัน เวลาที่เห็นของสิ่งนั้นเราจะยังรับรู้ได้ถึงความรัก

เราผลัดกันเดินเข้าไป สู่โลกคนละใบ สุดท้ายก็ต่างไม่รู้ ว่าโลกของใครเป็นของใคร
เมื่อในวันนั้นเธอเข้ามาใกล้ๆ มาทำตัวฉันแปรเปลี่ยนเป็นสีใหม่
และเมื่อสีของเราไหลรวมกัน โลกของฉันก็ค่อยๆเปลี่ยนไปทั้งใบ


คนอื่นชอบเปรียบความรักเป็นสีแดง แต่ผมชอบทฤษฎีสีชมพู ไม่ได้หวานอะไรมากมายแต่ชอบในความหมายมากกว่าครับ ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน การปรับตัวเข้าหากันเป็นเรื่องสำคัญ หากการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของผมโลดโผนจนเป็นสีแดง ใครอีกคนคงเป็นสีขาวที่เข้ามาทำให้ความก้าวร้าวนั้นอ่อนลง หรือในช่วงที่ชีวิตว่างเปล่าจนเป็นสีขาว การได้รู้จักเธอก็ทำให้โลกเหงาๆกลายเป็นสีชมพูขึ้นมาได้เหมือนกัน

เมื่อเธอได้เข้ามา ฉันก็ได้เห็นอะไรที่มากกว่า
จากนี้และเรื่อยไป จากนี้ทั้งหัวใจ
ก็คงจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมใช่ไหม


ย้อนกลับไปดูต้นฉบับของ St.Valentine ท่านเขียนไว้ว่า “รักคือการยินดีที่ได้เห็นบุคคลที่รักมีความสุข แม้ว่าตนเองจะทุกข์ หรือเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม” แต่สำหรับผม สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในโลกคือความรัก แต่สิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าคือการที่คนสองคนได้อยู่เคียงข้างกันด้วยความรัก

อะไรเป็นของเธอ ก็กลายเป็นอะไรของฉัน เมื่อเราต่างเทสีผสมละลายเข้าด้วยกัน
ก็คงจะเป็นไปตามทฤษฏี ที่เขาบอกไว้ว่ามัน เมื่อสีทั้งสองผสมกันนั้น
ก็คงไม่มี อะไรที่จะเป็นเหมือนเดิมได้อย่างวันนั้น


สำหรับคนรักที่อยู่ไกล ไม่ว่าวันนี้ พรุ่งนี้ หรือวันไหนๆ ผมก็รักคุณ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ^^




วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553




จำไม่ได้เหมือนกันว่าผมหลงใหลในวงแหวนดาวเสาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่...

วงแหวนดาวเสาร์ เป็นสิ่งที่น่าพิศวงหลงใหลที่สุดอย่างหนึ่งในระบบสุริยะ มันทำให้ดาวเสาร์ดูสวยเด่นกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น

สาเหตุที่ทำให้วงแหวนอุบัติมีหลากหลาย แต่นักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าวงแหวนเกิดจากดวงจันทร์ที่เคยเป็นบริวารของดาวเสาร์ได้แตกสลายลง เพราะถูกแรงดึงดูดแบบโน้มถ่วงของดาวเสาร์ทำลาย

ส่วนผมที่ไม่ได้เป็นนักอะไรกะเขายังรู้สึกว่าฟ้าสีเทาของผมถูกแรงดึงดูดแบบโน้มถ่วงของดาวเสาร์ทำลาย จนยิ้มอยู่ได้มาจนถึงตอนนี้


นั่นทำให้ผมที่อยู่บนดาวพฤหัสใกล้ๆ ยังอดฉงนสงสัยมิได้ว่าในวงแหวนของดาวเสาร์มีอะไร??
แต่ไม่ว่าวงแหวนนั้นจะเป็นแท่งของแข็งตันหรือภาพกั้นของช่องว่างระหว่างโลกส่วนตัวผมก็ยังรู้สึกว่าผมอยากเข้าไปค้นหา
อยากเข้าไปถามคุณว่าการมีวงแหวนจะทำให้รู้สึกว่าถูกพันธนาการไหมหรืออุ่นใจที่มีโลกส่วนตัวอยู่ในนั้น

-------------

อาจมีบางครั้งที่ผมเผลอปล่อยให้แรงดึงดูดของคุณดึงเข้าไปใกล้โดยที่คุณไม่ทันได้ตั้งตัวจนถูกเศษหินเศษทรายจากแหวนนั้นกระทบ
ผมรู้สึกว่าโดนคุณทำร้าย คุณรู้สึกว่าคุณโดนรุกล้ำ เราต่างสาดความไม่เข้าใจใส่จนเกือบหลุดจากวงโคจรของกันและกัน
ผมไม่ได้อยากเข้าไปเพื่อดึงคุณออกมายังระบบสุริยะที่เวิ้งว้าง
ผมแค่อยากหมุนรอบตัวเองอยู่รอบๆตัวคุณใกล้ๆอย่างนี้เหมือนที่เคยเป็นมา
เหมือนที่นักดาราศาสตร์กรีกที่ชื่อ Ptolemy ได้รายงานว่า
ในบางเวลาเขาเห็นดาวเสาร์โคจรนำหน้าดาวพฤหัสบดี แต่ในบางเวลาดาวดวงนี้ก็โคจรตามหลัง


ผมชอบที่จะมองดูคุณจากตรงนี้ ตรงที่ผมมองเห็นคุณได้เสมอ
ไม่ว่าจะนำหน้าหรือตามหลัง
ผมหลงใหลในคุณ ผมเคารพความเป็นส่วนตัวของคุณ
และผมรักในสิ่งที่คุณเป็นเสมอ

ณ ที่ตรงนี้